บริษัทมาตรฐานระดับ AEO โดยกรมศุลกากร

PHUTHACHART EXPRESS

บริษัท พุทธชาดเอ็กซ์เพรส (ไทยแลนด์) จำกัด

“ผู้ชำนาญการด้านการนำเข้าและส่งออกสินค้า
ระหว่างประเทศให้กับธุรกิจคุณ”

COMPANY PROFILE

เกี่ยวกับเรา

PHUTHACHART EXPRESS(THAILAND) CO., LTD.

บริษัท พุทธชาดเอ็กซ์เพรส(ไทยแลนด์) จำกัด

CUSTOM BROKER no.225 AEO no. CB035

เดิมชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัดพุทธชาด เอ็กซ์เพรส ได้รับการคัดเลือกจากกรมศุลกากร
ให้เป็นตัวแทนออกของรับอนุญาตลำดับที่ 175 ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2537 ต่อมาได้มีการดำเนินการเปลี่ยนแปลงจดทะเบียนการแปรสภาพจาก “ห้างหุ้นส่วน” เป็น “บริษัทจำกัด” ในนาม บริษัท พุทธชาด เอ็กซ์เพรส(ไทยแลนด์) จำกัด 
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2547 โดยได้รับการคัดเลือกจากกรมศุลกากรเป็นตัวแทน
ออกของรับอนุญาตลำดับที่ 228 และได้รับการรับรองสถานภาพผู้ประกอบการ
ระดับ AEO เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2562

บริษัท พุทธชาด เอ็กซ์เพรส(ไทยแลนด์) จำกัด มีบุคลากรในระดับผู้ชำนาญการถึง 4 ท่าน ประจำอยู่ที่บริษัท โดยได้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการศุลกากรเป็นประจำ
และต่อเนื่อง ทั้งยังมีบุคลากรทางด้านขอคืนอากรตาม ม.29(ม.19ทวิ) ขอคืนอากร และสงวนสิทธิ์ทางบีโอไอ (BOI)

จากประสบการณ์และนโยบายของบริษัทมากกว่า 30 ปี ที่ให้ความสำคัญกับระบบไอที ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการทำงาน ตลอดจนมีผู้ชำนาญการศุลกากรประจำบริษัท
ตลอดเวลา ส่งผลให้การบริการได้รับความไว้วางใจของลูกค้าด้วยดีมาตลอด

Licensed Customs Broker

การจัดระดับตัวแทนออกของรับอนุญาต

Service freight

บริการขนส่งสินค้า

Certification

ใบรับรอง

OUR SERVICE

บริการของเรา

ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ช่วยให้การนำเข้าสินค้าได้ถูกต้อง ได้เอกสารที่แม่นยำ การขนส่งที่ตรงเวลา
เรายินดีให้คำปรึกษาและบริการ ที่ตรงตามความต้องการของธุรกิจท่าน

บริการขนส่งทางเรือ (Sea Freight)

  • ติดต่อกับผู้ขายในประเทศนั้นๆ เพื่อจองระวาง
เรือให้ตอบโจทย์กับสินค้า และความต้องการ
ของธุรกิจ
  • ขนส่งแบบไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ (LCL : Less than Container Load)
  • ขนส่งแบบเต็มตู้คอนเทนเนอร์ (FCL : Full Container Load)

บริการขนส่งทางอากาศ (Air Freight)

  • สำรองพื้นที่สำหรับเครื่องบิน
และจัดการเที่ยวบินขนส่ง
  • ขนส่งแบบปกติ (General Air Freight)
  • ขนส่งแบบพิเศษ (Specialized Air Freight)

บริการขนส่งทางรถบรรทุก (Truck Freight)

  • บริการขนส่งทางบก รถหัวลากเทรลเลอร์ สิบล้อท้ายเรียบ หกล้อตู้ทึบ รถกระบะ
  • ทางบริษัทมี partner ที่ร่วมกันมาเกิน 30 ปี ให้ความมั่นใจด้านความปลอดภัยและ
ประกันภัยสินค้า ตลอดจนถึงการส่งมอบ
ที่ตรงนัดหมาย
  • บริการขนส่งสินค้าขาออกทางด่านพรมแดน
ทั่วประเทศ ด้วยทีมงานมากประสบการณ์
  • ให้บริการวางแผนต้นทุนการส่งออก เพื่อการขยายธุรกิจของท่านในต่างแดน

บริการอื่นๆ

ทำไมต้องเลือกนำเข้าสินค้ากับ PHUTHACHART EXPRESS(THAILAND) CO.,LTD.

ทุกขั้นตอนเราดำเนินการด้วยผู้ชำนาญการ
และผู้ร่วมงานทั้งโซนเอเชีย ยุโรปและอเมริกา มาตลอดระยะเวลา 30ปี

มีบริการทางศุลกากรและการขนส่ง
ที่ตรงต่อเวลาและประกันภัยในทุกขั้นตอน
การทำงาน ส่งสินค้าได้ตามกำหนด
และสามารถตรวจสอบเอกสารต่างๆ
ได้ทุกขั้นตอน

ดำเนินการตามใบเสนอราคาที่มีเหตุผล มีความโปร่งใสในธุรกิจ บริการด้วยความจริงใจ ตรงต่อเวลา และสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า  ให้สมกับมาตรฐาน ISO 9001:2008 ที่เราได้รับมาตั้งแต่ปี 2012 

เป็นตัวแทนออกของรับอนุญาต ได้รับรองสถานภาพผู้ประกอบการระดับ AEO
ได้รับสิทธิพิเศษในการดำเนินพิธีการศุลกากร
ที่รวดเร็วและเหนือกว่า

Authorized Economic Operator program

โครงการผู้ประกอบการระดับมาตรฐาน AEO Program

AEO คืออะไร?

AEO (Authorized Economic Operator) คือ สถานะที่มอบให้แก่ องค์กรหรือ 
บริษัท ที่มีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ (เช่น ผู้ผลิต, ผู้นำเข้า, 
ผู้ส่งออก, ตัวแทนออกของ, ผู้ขนส่ง ฯลฯ) ซึ่งได้รับการรับรองจากกรมศุลกากร
ว่ามีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ และปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ขององค์การศุลกากรโลก (WCO)

ที่มาและความสำคัญ

จากเหตุการณ์ก่อการร้ายสากลทำให้ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการรักษา
ความปลอดภัยในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) องค์การศุลกากรโลก (WCO) 
จึงกำหนดมาตรฐาน SAFE Framework of Standards ขึ้นเพื่อสร้างความสมดุลระหว่าง “การอำนวยความสะดวกทางการค้า” และ “การรักษาความปลอดภัย” โดยเน้นความร่วมมือระหว่างศุลกากรกับศุลกากร
และศุลกากรกับผู้ประกอบการ

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  • ยกระดับความปลอดภัย: เสริมสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่ง
สินค้าและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ
  • อำนวยความสะดวกทางการค้า: ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการตรวจปล่อยสินค้า
  • สร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน : สนับสนุนผู้ประกอบการไทย
ให้ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล
  • การยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition): ผลักดันให้สถานะ AEO ของไทยได้รับการยอมรับจากศุลกากรประเทศคู่ค้าทั่วโลก

ประโยชน์ที่จะได้รับ

  • ได้รับสิทธิพิเศษในการผ่านพิธีการศุลกากรที่รวดเร็วและได้รับลำดับ
ความสำคัญ (Priority)
  • ลดอัตราการสุ่มตรวจสินค้า
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ
  • ได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนด

“บริการด้วยความจริงใจ ตรงต่อเวลา สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า”

PHUTHACHART EXPRESS(THAILAND) CO.,LTD.
Custom Broker & Freight Forwarder ผู้ชำนาญการนำเข้าและส่งออกผ่านพิธีการศุลกากรที่คุณมั่นใจได

contact us

ติดต่อเรา

การจัดระดับตัวแทนออกของรับอนุญาต (Licensed Customs Broker)
เป็นมาตรการหนึ่งของกรมศุลกากรเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าโดยทำการการคัดเลือกตัวแทนออกของรับอนุญาตที่มีความรู้ประสบการณ์เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบพิธีการศุลกากรแทนกรมศุลกากรเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระและลดขั้นตอนพิธีการศุลกากรให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

คุณสมบัติของตัวแทนออกของรับอนุญาต

  1. เป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
  2. มีผู้ชำนาญการศุลกากรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการศุลกากรจากกรมศุลกากรตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมศุลกากรกำหนดอย่างน้อย1คน โดยจะต้องจัดให้มีภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่กรมศุลกากรอนุมัติให้เป็นตัวแทนออกของรับอนุญาต
  3. ต้องวางหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร หรือหลักทรัพย์อื่นใดที่กรมศุลกากรเห็นชอบ ในวงเงินไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท
  4. มีความพร้อมในการผ่านพิธีการศุลกากรด้วยระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange: EDI) ตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนด
  5. ไม่มีประวัติการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร โดยการตรวจสอบประวัติย้อนหลัง 2 ปี นับแต่วันที่ยื่นคำร้องขอ เว้นแต่กรณีที่เป็นความผิดเล็กน้อย หรือความผิดที่กรมศุลกากรเห็นควรให้ได้รับการผ่อนผัน

เอกสารที่ใช้ในการสมัครเป็นตัวแทนออกของรับอนุญาต

  1. คำร้องขอสมัครเป็นตัวแทนออกของรับอนุญาต
  2. หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล พร้อมการรับรองเอกสารจากกรมทะเบียนการค้าไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่กรมทะเบียนการค้ารับรอง
  3. ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 20)
  4. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น พร้อมการรับรองเอกสารจากกรมทะเบียนการค้าไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่กรมทะเบียนการค้ารับรอง
  5. บัญชีรายชื่อลูกค้า พร้อมสำเนาบัตรตัวอย่างลายมือชื่อเจ้าของหรือผู้จัดการ หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียน หรือหนังสือรับรองการว่าจ้าง หรือหลักฐานที่มีการว่าจ้า
  6. ยอดประมาณการที่จะขอรับชดเชยค่าภาษีอากร ยอดเงินคืนอากรตามาตรา 19 ทวิ และยอดเงินวางประกันค่าภาษีอากรกรณีขอรับของไปก่อนในช่วง 3 เดือน ก่อนยื่นคำร้องขอรวมกัน

ขั้นตอนการรับสมัครคัดเลือกผู้ชำนาญการศุลกากร

  1. ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นตัวแทนออกของรับอนุญาต ยื่นคำร้องพร้อมเอกสารประกอบทั้งหมดที่ ฝ่ายทะเบียนและสิทธิพิเศษ กลุ่มงานมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร(กมพ.) อาคาร120 กรมศุลกากร
  2. กรมศุลกากรจะพิจารณาคุณสมบัติและขึ้นทะเบียนรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก
  3. ผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนออกของรับอนุญาตจะต้องทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนต่อกรมศุลกากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งโดยการลงทะเบียนตอบรับทางไปรษณีย์ กรณีผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนออกของรับอนุญาตมิได้มาทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนต่อกรมศุลกากรภายในเวลาที่กำหนดดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์

หลักประกัน
เพื่อเป็นหลักประกันค่าภาษีอากรที่กรมศุลกากรอาจเรียกเก็บเพิ่มเติมจากตัวแทนออกของรับอนุญาตหลังจากที่ได้ส่งมอบของออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว หรือเรียกเงินชดเชยค่าภาษีอากรหรือเงินอากรที่รับไปแล้วคืนหรือในกรณีที่ตรวจพบการกระทำความผิดซึ่งอาจต้องชำระค่าปรับ ตัวแทนออกของรับอนุญาตจะต้องทำสัญญาประกันทัณฑ์บนตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด โดยจัดให้มีหนังสือค้ำประกันของธนาคาร หรือหลักทรัพย์อื่นใดที่กรมศุลกากรเห็นชอบ ในวงเงินร้อยละ 25 ของประมาณการที่จะขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากร ยอดคืนเงินอากรตามมาตรา 19 ทวิ และยอดเงินวางประกันค่าภาษีอากรกรณีขอรับของไปก่อนช่วง 3เดือนก่อนยื่นคำร้องขอรวมกัน ทั้งนี้วงเงินค้ำประกันต้องไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ยกเว้นตัวแทนออกของรับอนุญาตปฏิบัติพิธีการและตรวจปล่อยของเร่งด่วน ณ สนามบินศุลกากร โดยไม่มีธุรกรรมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์การคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ และการชดเชยค่าภาษีอากร วางหลักประกันไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

สิทธิพิเศษที่ตัวแทนออกของรับอนุญาตจะได้รับ
(1) สิทธิพิเศษในการนำของเข้า

  • ให้ผ่านการตรวจสอบใบขนสินค้าขาเข้าโดยไม่ต้องตรวจสอบพิธีการ (GREEN LINE) ของระบบ EDI โดยกรมศุลกากรจะตรวจ สอบราคาประเมิน พิกัดอัตราศุลกากร และการคำนวณหลังจากที่ได้ส่งมอบของออกไปจากอารักขาของศุลกากรแล้ว เว้นแต่หน่วยงานตรวจปล่อยตรวจพบความผิดก็ให้ ดำเนินการไปตามปกติ
  • กรณีสินค้าที่นำเข้าต้องส่งตัวอย่างเพื่อทำการวิเคราะห์ หรือเจ้าหน้าที่ประเมินอากรต้องตรวจสอบตัวอย่าง ให้ส่งตัวอย่างภายหลังจากที่ได้ส่งมอบของออกไปจากอารักขาของศุลกากรแล้วเว้นแต่มีระเบียบกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น หรือเป็นของที่มีกฎหมายอื่นกำหนดให้ส่งตัวอย่างก่อนส่งมอบ
  • กรณีสินค้าที่นำเข้าในลักษณะ BULK CARGO ไม่ต้องค้ำประกันด้านปริมาณ เว้นแต่เป็นเงื่อนไขของหน่วยงานอื่น
  • การตรวจปล่อยสินค้าขาเข้าให้ใช้อัตราเปิดตรวจกึ่งหนึ่งของอัตราเปิดตรวจตามปกติเว้นแต่จะมีระเบียบกรมศุลกากรกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

(2) สิทธิพิเศษในการส่งของออก

  • ให้ผ่านการตรวจสอบใบขนสินค้าขาออกโดยไม่ต้องตรวจสอบพิธีการ (GREEN LINE) ของระบบ EDI โดยกรมศุลกากรจะตรวจสอบราคาประเมิน พิกัดอัตราศุลกากร และการคำนวณ หลังจากที่ได้ส่งออกไปแล้ว
  • ให้สั่งการตรวจว่า “ตัวแทนออกของรับอนุญาต ให้สลักรายการบรรทุก” เว้นแต่กรมศุลกากรจะสุ่มตรวจตามสมควร กรณีที่ต้องมีการดำเนินการอื่นใดตามเงื่อนไขที่กฎหมายอื่นกำหนดไว้ ให้ดำเนินการไปตามนั้น
  • การตรวจของส่งออก

– ให้งดเว้นการตรวจของ เว้นแต่จะสุ่มตรวจโดยระบบ PROFILE หรือมีคำสั่งพิเศษให้ตรวจของ
– ให้งดเว้นดำเนินการขั้นตอนควบคุมการบรรทุกเข้าคอนเทนเนอร์ การร้อยแถบเหล็ก RTC และการออกใบกำกับคอนเทนเนอร์ ให้เป็นหน้าที่ของตัวแทนออกของรับอนุญาตดำเนินการเอง
– การชักตัวอย่าง ให้งดเว้นการชักตัวอย่างของที่ส่งออก เว้นแต่กรณีที่กรมศุลกากรเห็นว่ามีเหตุอันสมควร หรือเป็นของที่มี กฎหมายอื่นกำหนดให้ส่งตัวอย่าง สามารถชักตัวอย่าง หรือรับตัวอย่างไว้ภายหลังจากที่ได้ตรวจปล่อยของไปแล้ว

(3) สิทธิพิเศษในการชดเชยค่าภาษีอากร

  • ฝ่ายชดเชยอากร ส่วนคืนอากรฯ สำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร จะจัดพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้โดยเฉพาะ เพื่อรับคำร้อง ขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรที่มีเอกสารครบถ้วน ซึ่งยื่นโดยตัวแทนออกของรับอนุญาต โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดพิมพ์บัตร ตามจำนวนเงินที่ขอชดเชยค่าภาษีอากรและจ่ายบัตรภาษีให้ก่อนภายใน 1 วันทำการนับแต่วันที่รับคำขอ
  • การตรวจสอบภายหลังรับเงินชดเชยค่าภาษีอากร จะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 30 วันทำการ นับแต่วันอนุมัติ หากมีการขอ ชดเชยค่าภาษีอากรเกินกว่าจำนวนที่ควรได้รับ
กรมศุลกากรจะรีบแจ้งผู้ส่งของออก และตัวแทนออกของรับอนุญาต เพื่อนำ บัตรภาษีมาคืนหรือชดใช้เงินคืนพร้อมเงินเพิ่ม หากเพิกเฉยกรมศุลกากรจะบังคับสัญญาประกัน
และทัณฑ์บนตัวแทนออกของรับอนุญาตต่อไป
  • เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ตัวแทนออกของรับอนุญาต ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากร และผู้ที่ได้รับมอบหมายที่ ดำเนินการพิจารณาชดเชยค่าภาษีอากร สามารถใช้ดุลยพินิจ
ผ่อนผันระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการชดเชยค่าภาษีอากรที่เกิด ปัญหาในทางปฏิบัติเท่าที่ไม่ขัดกับหลักการชดเชยค่าภาษีอากรในกรณีที่มิอาจดำเนินการได้ ก็จะเสนอกรมฯ สั่งการเป็นรายๆ ไป

(4) สิทธิพิเศษในการคืนอากรตาม ม.29(ม.19ทวิ)

  • ตัวแทนออกของรับอนุญาตจะได้รับการพิจารณาอนุมัติหลักการให้เสร็จภายใน 1 วันทำการ นับแต่วันที่ยื่นคำขอพร้อมเอกสาร ครบถ้วน
  • ตัวแทนออกของรับอนุญาตจะได้รับการพิจารณาอนุมัติสูตรการผลิตให้เสร็จภายใน 10 วันทำการ นับแต่วันที่ยื่นคำขอพร้อม เอกสารครบถ้วน ได้รับการผ่อนผันไม่ต้องส่งตัวอย่าง
และรับรองสูตรการผลิตในใบแนบใบขนสินค้าขาออก หรือสำเนาใบขนสินค้าขาออก เว้นแต่เคมีภัณฑ์ หรือของที่มีกฎหมายอื่นกำหนดให้ส่งตัวอย่าง
  • ฝ่ายคืนอากรการผลิตเพื่อการส่งออก ส่วนคืนอากรฯ สำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร จะจัดพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้โดย เฉพาะเพื่อรับคำขอคืนเงินอากรซึ่งยื่นโดยตัวแทนออกของรับอนุญาต
โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะคืนเงินอากรหรือหนังสือค้ำ ประกันตามจำนวนที่ขอคืนให้ก่อนภายใน 1 วันทำการ นับแต่วันที่รับคำขอพร้อมเอกสารครบถ้วน
  • การตรวจสอบภายหลังคืนเงินอากร กรมศุลกากรจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันทำการนับแต่วันอนุมัติ หากมีการคืนเงินอากรเกินกว่าจำนวนที่ควรได้รับ กรมศุลกากรจะรีบแจ้ง
ผู้นำของเข้า และตัวแทนออกของรับอนุญาต เพื่อนำเงินมาคืน พร้อมเงินเพิ่ม หากเพิกเฉยกรมศุลกากรจะบังคับสัญญาประกันทัณฑ์บน ตัวแทนออกของรับอนุญาตต่อไป
  • เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ตัวแทนออกของรับอนุญาต ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากร หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ที่ ดำเนินการคืนอากร สามารถใช้ดุลยพินิจผ่อนผันระเบียบปฏิบัต
เกี่ยวกับการคืนอากรที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติเท่าที่ไม่ขัดกับ หลักการคืนอากร ในกรณีที่มิอาจดำเนินการได้ ให้เสนอกรมฯ สั่งการเป็นรายๆ ไป

(5) สิทธิพิเศษในการปฏิบัติพิธีการใบขนสินค้าของส่งกลับ (RE-EXPORT)

  • สินค้านำเข้าที่ได้ตรวจปล่อยจากอารักขาของศุลกากรแล้ว ให้สามารถใช้สำเนาใบขนสินค้าขาเขาที่ผู้นำของเข้ารับรองแล้ว ปฏิบัติพิธีการได้
  • สินค้านำเข้าที่อยู่ในอารักขาของศุลกากร แต่ส่งออกต่างท่ากับที่นำเข้าให้สามารถชำระอากร 1 ใน 10 ส่วน แต่ไม่เกิน 1,000 บาทได้
  • ไม่ต้องผ่านการตรวจร่วมจากเจ้าหน้าที่ศุลกากร สำนักสืบสวนและปราบปราม เว้นแต่มีเหตุอันควรจึงทำการตรวจร่วม

(6) สิทธิพิเศษในการปฏิบัติพิธีการถ่ายลำ (TRANSHIPMENT) ตัวแทนออกของรับอนุญาต สามารถปฏิบัติพิธีการเกี่ยวกับของถ่ายลำ โดยใช้หลักประกันในการเป็นตัวแทนออกของรับอนุญาตแทนการค้ำประกันของผู้ขอถ่ายลำ

(7) สิทธิพิเศษในการปฏิบัติพิธีการขอรับของไปก่อน ตัวแทนออกของรับอนุญาต สามารถยื่นคำร้องขอรับของไปก่อนสำหรับสินค้าที่ไม่ได้ขอสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่น โดยใช้หลักประกันในการเป็นตัวแทนออกของรับอนุญาตแทนการค้ำประกันของผู้นำของเข้าเฉพาะการปฏิบัติพิธีการขอรับของไปก่อน ณ สนามบินศุลกากร ทั้งนี้จะต้องยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและปฏิบัติพิธีการ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ภายใน 10 วัน นับแต่วันที่ได้ส่งมอบของออกไปจากอารักขาของศุลกากรแล้ว

การพิจารณาความผิดของตัวแทนออกของรับอนุญาตและผู้ชำนาญการศุลกากร
กรณีตัวแทนออกของรับอนุญาตและผู้ชำนาญการศุลกากรกระทำผิดหรือฝ่าฝืนกฎระเบียบที่กำหนดไว้ในการติดต่อกับกรมศุลกากร คณะทำงานพัฒนาตัวแทนออกของรับอนุญาต จะประมวลความผิดของตัวแทนออกของรับอนุญาตและผู้ชำนาญการศุลกากรเสนออธิบดีกรมศุลกากร เพื่อลงโทษ ตั้งแต่ ตักเตือน ภาคทัณฑ์ ระงับหรือเพิกถอนสิทธิ การเป็นตัวแทนออกของอนุญาตหรือผู้ชำนาญการศุลกากร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หากผู้ประกอบการต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดระดับตัวแทนออกของรับอนุญาต โปรดติดต่อ ฝ่ายทะเบียนและสิทธิพิเศษ กลุ่มงานมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร(กมพ.) โทร. 0-2667-7168, 0-2672-7956

บริการขนส่งสินค้า (Service freight)

PHUTHACHART EXPRESS(THAILAND) CO.,LTD. ผู้ชำนาญการด้านการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศให้กับธุรกิจคุณ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ช่วยให้การนำเข้าสินค้าได้ถูกต้อง ได้เอกสารที่แม่นยำ การขนส่งที่ตรงเวลา เรายินดีให้คำปรึกษาและบริการ ที่ตรงตามความต้องการของธุรกิจท่าน

  • บริการขนส่งทางเรือ (Sea Freight) เราให้บริการตั้งแต่ Eco term EXWORK จนถึงหน้าบริษัท โรงงาน ท่านสามารถติดต่อกับผู้ขายในประเทศนั้นๆ รับสินค้าและจองระวางเรือให้ตรงและเหมาะสมกับประเภทสินค้าของท่าน ทั้งแบบLCL(ไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์) หรือ FCL 
(แบบเต็มตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้สั้น 20ฟุต และตู้ยาว40ฟุต และแบบตู้พิเศษต่าง)
  • บริการขนส่งทางอากาศ (Air Freight) เราให้บริการสำรองพื้นที่บนเที่ยวบินต่างๆทั้งแบบปกติและเร่งด่วน
  • บริการอื่นๆเช่นประกันภัยสินค้าทั้งทางเรือและอากาศ (Cargo Insurance), พิธีการศุลกากรขาเข้า (Custom Clearance),
เครื่องมือเครื่องจักรพิเศษสำหรับขนส่งหน้าท่า (Special Machinery)

การขนส่งสินค้าทางทะเล (Sea transportation)
การขนส่งสินค้าทางทะเล เป็นส่วนประกอบที่สําคัญส่วนหนึ่งของ ระบบการค้าระหว่าง ประเทศ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต เพราะเป็นเพียงการขนส่งชนิดเดียวที่ขนสินค้าได้คราวละมากๆ และค่าระวางมีราคาถูกกว่าการขนส่งในรูปแบบอื่นๆ การขนส่งสินค้าทั้งขาเข้าและขาออกของไทยเป็นการขนส่งทางทะเลเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการขนส่งสินค้าทางทะเลจึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพล
ต่อความสามารถในการแข่งขันทางการค้าในตลาดโลก ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนําเข้าและส่งออกสินค้าจึงควรจะศึกษาและทําความเข้าใจในองค์ประกอบต่างๆ ที่สําคัญเกี่ยวกับ
การขนส่งสินค้าทางทะเล ดังนี้คือ

ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าทางทะเล

  1. เจ้าของเรือ (Ship Owner)
  2. ผู้เช่าเรือ (Ship Charterer)
  3. ตัวแทนสายเดินเรือ และตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Shipping Agent & Freight Forwarder)
  4. ผู้ส่งสินค้า (Shipper or Exporter)
  5. ผู้รับตราส่ง (Consignee)
  6. ผู้รับสินค้า (Notify Party)

ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือ

  1. บริษัทเรือหรือตัวแทนสายเดินเรือ
  2. Sea Freight Forwarder

บทบาทและหน้าที่ของผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเล
A. ตัวแทนสายเดินเรือ (Ship Agent)
ตัวแทนสายเดินเรือคือผู้รับมอบอํานาจจากเจ้าของเรือ ให้เป็นผู้ดําเนินการแทนเจ้าของเรือ ณ เมืองท่าต้นทางและเมืองท่าปลายทาง ตัวแทนสายเดินเรือมีหน้าที่โดยทั่วไป ดังต่อไปนี้

  • จัดหาระวางบรรทุกให้แก่ผู้นําเข้าและผู้ส่งออก
  • ออกใบตราส่งสินค้าให้แก่ผู้ส่งออก
  • ออกใบสั่งปล่อยสินค้าให้แก่ผู้นําเข้า

B. Freight Forwarder
Freight Forwarder คือตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ อาจทําหน้าที่หลายอย่าง เช่น บางรายทําหน้าที่เป็นตัวแทนในการจัดหา และจัดการขนส่งสินค้าของผู้ส่งออก
ไปยังเมืองท่าปลายทางบางรายทําหน้าที่เป็น ตัวกลางระหว่างผู้ส่งสินค้ากับผู้รับขนส่งสินค้า บางรายอาจทําหน้าที่เป็นผู้ขนส่งสินค้า โดยตรง ซึ่งอาจจะเป็นผู้ประกอบการ
ขนส่งสินค้าหลายรูปแบบ (Multimodal Transport Operator) หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่เจ้าของเรือ (Non-Vessel Operating Common Carrier(NVOCC)) 
Freight Forwarder มี 2 ประเภท ได้แก่

  • Sea Freight Forwarder
  • Air Freight Forwarder

การขนส่งสินค้าระบบคอนเทนเนอร์ (Container Ship)
เป็นวิวัฒนาการของการขนส่งทางทะเลที่พัฒนาขึ้นเนื่องจากความจะเป็นของสภาพและ ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ข้อดีของการขนส่งระบบนี้ คือจะทำให้การยกขนหรือการเคลื่อน
ย้ายสินค้าจากเรือสู่ฝั่ง การเคลื่อนย้ายภายในท่าเรือหรือการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างท่าเรือกับผู้ส่งสินค้าหรือผู้ผลิตสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าจ้างแรงงาน ซึ่งในบางประเทศมีค่าจ้างแรงงานสูงมาก

Container service
ประเภทตู้คอนเทนเนอร์
ตู้สินค้าทั่วไปขนาดมาตรฐานจะมีขนาด ความกว้าง 8 ฟุตและสูง 8 ฟุต 6 นิ้ว ส่วนความยาว อาจจะเป็น 19 ฟุต 10.5 นิ้ว หรือ 29 ฟุต 11.25 นิ้ว หรือ 40 ฟุต ก็ได้ 
ตู้ควบคุมอุณหภูมิหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า reefer มีลักษณะ เป็นตู้เย็นเคลื่อนที่ได้ นอกจากนั้น ยังอาจเป็นตู้ที่มีระบบกันความร้อนโดยมีฉนวนหุ้มหรือเป็นระบบระบายอากาศก็ได้ 
ตู้พิเศษออกแบบให้ใช้ประโยชน์ตามชนิดสินค้าที่มีลักษณะแปลกเช่นเป็นตู้บรรจุของเหลว เปิดหลังคา เปิดค้าง เป็นโครงสำหรับบรรทุกรถยนต์ เป็นต้น

สินค้าที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์
อาจมีเจ้าของเพียงคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ ถ้าเจ้าของสินค้ามีเพียงคนเดียวเราเรียกว่า Full Container Load (FCL)ส่วนตู้ที่มีเจ้าของสินค้าหลายคน เรียกว่า Less-Than Container Load (LCL) สินค้าตู้คอนเทนเนอร์ ที่ขนขึ้น/ลงเรือ อาจจะมีจุดพักก่อนหรือหลังขนขึ้น/ลงเรือ เรียกว่าลานตู้คอนเทนเนอร์ Container Yard ส่วนสินค้าที่มีเจ้าของหลายคนก็อาจมีสถานที่ที่ใช้สำหรับ
การบรรจุสินค้าเข้าตู้หรือแยกออกจากตู้ ซึ่งเรียกว่า ContainerFreight Station (CFS)ในปัจจุบันการบรรจุสินค้าหรือแยกสินค้ามักนำมาทำบริเวณนอกเขตท่าเรือโดยได้รับอนุญาต
จากกรมศุลกากรเรียกว่า Inland Container Depot (ICD) สถานี ICD ที่มีพิธีการศุลกากร ทั้งสินค้าขาเข้าและออกเรียกว่าโรงพักสินค้าเพื่อตรวจปล่อยของขาเข้า และบรรจุของขาออก
ที่ขนส่งด้วยตู้คอนเทนเนอร์นอกเขตทำเนียบท่าเรือ (รพท.) และสถานี ICD ที่มีพิธีศุลกากรเฉพาะสินค้าขาออกเรียกว่าสถานีตรวจและบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์เพื่อการส่งออก (สตส.)

วิธีการคิดค่าระวางเรือ (Freight)
เนื่องจากในปัจจุบัน การขนส่งสินค้าส่วนใหญ่จะใช้การขนส่งทางทะเลด้วยเรือประเภท Container Ship จึงควรเข้าใจถึงลักษณะและประเภทของ Container ซึ่งจะเป็น Durable Packing เป็นลักษณะตู้ทำด้วยเหล็กหรือ อลูมิเนียม มีขนาดมาตรฐาน 20 ฟุต และ 40 ฟุตซึ่งบริษัทเรือจะต้องเป็นผู้เตรียมตู้ Container โดยผู้ที่จะใช้ตู้จะต้องทำการจองตู้ โดยเอกสารที่เรียกว่า Shipping Particular หรือที่เรียกกันง่ายๆว่าใบ Booking   ซึ่งรายละเอียดจะต้องคล้องจองกับ Letter of Credit (L/C) ซึ่งเอกสารที่ใช้ในการเป็นใบรับสินค้าของตัวแทนบริษัทเรือ จะเรียกว่า Bill of Lading (B/L) หรือใบตราส่ง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการเป็นเอกสารในการเรียกเก็บเงินจากทางธนาคาร ซึ่งเรียกว่า Bank Negotiated Process ในการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศคู่ค้า จะต้องมีการตกลงว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายสินค้า จะเป็นคนจ่ายค่าระวางเรือที่เรียกว่า Freight Charge หากผู้ขายสินค้าเป็นผู้ชำระก็เรียกว่า Freight Prepaid หากจะให้ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระค่าระวางเรือ
เมื่อถึงปลายทาง ก็เรียกว่า Freightcollect

การคิดค่าระวางเรือ ( Freight Charge Basic)

  1. Weight Tonคำนวณจากน้ำหนักสินค้าที่บรรทุกและจะมีอัตราการคิดที่แตกต่างกันตามแต่ละประเภทของสินค้า
  2. คำนวณจาก Measurement โดยคำนวณจากปริมาตรของสินค้า คือ เป็นการวัดขนาดของสินค้ากว้าง x ยาว x สูง คำนวณออกมาเป็น ลูกบาศก์เมตร ( M3 หรือ CBM) มักจะใช้กับสินค้าที่มีลักษณะ Bulk คือ มีลักษณะเป็น Size Insentive เช่น เสื้อผ้า , ฝ้าย แต่ทั้งที่จะต้องมีการชั่งน้ำหนัก โดยเปรียบเทียบว่า หากน้ำหนัก (Weight Ton) สูงกว่า ก็จะคิดค่าระวางจากน้ำหนัก 
  3. การคำนวณจาก V (Ad Valorem Goods) คือ Degree ที่สินค้ามีราคาสูง ถึงแม้ว่าจะมาปริมาตรน้อย น้ำหนักไม่มาก แต่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การคิดค่าระวางก็จะคิดเพิ่มอีก3-5 เท่า ของมูลค่าสินค้า 
  4. ค่าระวางพิเศษ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายทั้งหลายที่บริษัทเรือ คิดเพิ่มเติมจากค่าระวางพื้นฐาน ซึ่งประกอบด้วย
  • ค่าระวาง Surcharge เป็นค่าใช้จ่ายพิเศษที่มีการเรียกเก็บ เนื่องในกรณีต่างๆ เช่น ภัยสงคราม หรือในช่วงที่มีการ Peak Season
  • Terminal Handling Charge : THC เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการ ขนถ่ายสินค้าทั้งต้นทางและปลายทาง ได้แก่ การใช้เครนที่เรียกว่า Top คือ ค่าภาระ , ค่าลากตู้สินค้า
  • Bunker Adjustment Factor : BAF เป็นค่าระวางพิเศษ ชดเชยภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากเกิดวิกฤติการณ์ด้านน้ำมัน ซึ่งทำให้บริษัทเรือมีต้นทุนที่สูงขึ้น
กว่าต้นทุนปกติ ก็จะมีการเรียกเก็บค่า BAF หรือที่เรียกง่ายๆว่า Bunker Charge
  • Currency Adjustment Factor : CAF เป็นค่าปรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยค่าระวางเรือส่วนมากจะเรียกเก็บเป็นเงินสกุลดอลล่าห์สหรัฐฯ 
  • Congestion Surcharge เป็นค่าใช้จ่ายพิเศษเนื่องจากความแออัดในท่าเรือ เป็นค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บเนื่องจากบางท่าเรืออาจมีการบริหารจัดการไม่ดี หรือเกิดจากเหตุอื่น เช่น การจราจรที่ติดขัด การนัดหยุดงานของคนงาน ซึ่งมีผลทำให้งานล่าช้า 
  • Bill of Lading Charge : B/L Charge ค่าออกใบตราส่ง เป็นค่าธรรมเนียม ในการที่บริษัทเรือต้องจัดพิมพ์ใบ Bill of Lading ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการแสดงสถานะภาพ (Status) ว่าสินค้าได้มีการขนส่งไปกับบริษัทเรือ 
  • AMSC : Advance Manifest Security Charge เป็นค่าใช้จ่ายในการที่บริษัทเรือ ต้อง Input Data 24 ชั่วโมงก่อนการขนถ่ายสินค้า การส่งมอบสินค้าขาเข้าที่มากับเรือคอนเทนเนอร์
ของตัวแทนสายเดินเรือ

บทบาทและหน้าที่ในการส่งมอบสินค้าขาเข้าของตัวแทนสายเดินเรือ
จําแนกตามเงื่อนไขการบรรทุก มีรายละเอียดดังนี้

การรับมอบสินค้าขาออกที่ส่งออกทางเรือคอนเทนเนอร์ของตัวแทนสายเดินเรือ บทบาทและหน้าที่ในการรับมอบสินค้าขาออกของตัวแทนสายเดินเรือ จําแนกตามเงื่อนไขการบรรทุก มีรายละเอียดตามตารางดังต่อไปนี้ TERM OF LOADINGบทบาทและหน้าที่เรือจะเรียกเก็บเท่าไร  

การส่งสินค้าออกผู้ส่งออกอาจจะมีภาระในค่าระวางสินค้าหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในเรื่องเงื่อนไขการส่งมอบที่ทําไว้กับผู้ซื้อ แต่ผู้ส่งออกจะต้องมีภาระในค่าใช้จ่าย
เกี่ยวกับตู้สินค้า ที่ตัวแทนสายเดินเรือเรียกเก็บที่เมืองท่าต้นทาง ดังนี้คือ

  • ค่าเข้าตู้ CFS Charge (Container Freight Station Charge)
  • ค่ายกตู้ THC Charge (Terminal Handling Charge)

สําหรับตู้ส่งที่ออกในเงื่อนไข CFS จะต้องจ่ายทั้งค่าเข้าตู้และค่ายกตู้ ส่วนผู้ที่ส่งออกในเงื่อนไข CY จะมีภาระเฉพาะค่า THC เท่านั้น ค่าเข้าตู้และค่ายกตู้มีอัตราที่ไม่เท่ากันในการส่งสินค้า
ไปยังแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับว่าตัวแทนสายเดินเรือจะเรียกเก็บเท่าไร 

การขนส่งสินค้าทางอากาศ(Air transportation)

การขนส่งสินค้าทางอากาศเป็นการขนส่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ประเทศต่าง ๆ มีการพัฒนาสนามบินพาณิชย์ให้ทันสมัย และเพียงพอกับความต้องการบริษัทสร้างเครื่องบิน มีการสร้างเครื่องบินซึ่งมีขนาดใหญ่ และสมรรถภาพในการบินสูง สามารถบรรจุสินค้า และบรรทุกผู้โดยสารได้มากขึ้น มีเครื่องมือในการขนส่งอันทันสมัย 
ครบครัน นอกจากนี้ยังมีการขยาย และปรับปรุงบริเวณคลังสินค้าที่ท่าอากาศยาน ให้กว้างขวางทันสมัย เพื่อการขนส่งสินค้าดำเนินไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว จากผู้ส่งที่เมืองต้นทางไปยังเมืองผู้รับปลายทาง 



บทบาทของการขนส่งทางอากาศกับการค้าระหว่างประเทศ
คุณลักษณะที่สำคัญของการขนส่งสินค้าทางอากาศ คือ

  • ความรวดเร็ว การส่งสินค้าทางอากาศนับว่ามีความรวดเร็วที่สุดความแน่นอน
  • มีตารางการบินที่แน่นอน สม่ำเสมอ และตรงต่อเวลา 

จากคุณลักษณะดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อผู้นำเข้า-ผู้ส่งออกโดยตรง คือ

  1. ช่วยให้การติดต่อค้าขายระหว่างประเทศดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
  2. ผู้นำเข้า-ผู้ส่งออกสามารถลดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น การสร้างโกดังเพื่อเก็บสินค้าที่จะนำเข้า-ส่งออก
  3. ช่วยให้สินค้าแบบหรือรุ่นใหม่โดยเฉพาะสินค้าประเภทแฟชั่นส่งไปถึงตลาดในที่ต่าง ๆ ทั่วโลกได้พร้อมกัน
  4. การบรรจุหีบห่อสำหรับสินค้าทั่วไปที่ส่งทางอากาศมักเป็นแบบง่าย ๆ ช่วยทำให้ประหยัดวัสดุและค่าขนส่ง
  5. ถ้าความนิยมในตลาดต่างประเทศเปลี่ยนแปลงไป ผู้นำเข้า-ผู้ส่งออกสามารถปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ของตลาดได้ทันที โดยเฉพาะตลาดที่มีการแข่งขันมาก
  6. การขนส่งสินค้าทางอากาศสามารถดำเนินการด้านเอกสารได้อย่างรวดเร็ว ในการขนถ่ายสินค้าจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่ง

กรณีใดควรใช้การขนส่งทางอากาศ
  การตัดสินใจเลือกประเภทการขนส่งมักจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้
1. ลักษณะของสินค้า

  • เสื่อมสภาพได้ง่าย (เช่น ผักสด ผลไม้สด ดอกไม้)
  •  สมัยนิยม (เช่น แฟชั่นเสื้อผ้าสำเร็จรูป) 
  • เร่งด่วน
  • มูลค่าสูง

2. ลักษณะของความต้องการ      

  • อยู่ในระหว่างภาวะฉุกเฉิน (เช่น อาวุธสงคราม ยารักษาโรค)
  • กำลังทดลองตลาด
  • เป็นฤดูกาล (เช่น ผลไม้) 

3.ลักษณะของตลาด       

  • ประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล การขนส่งด้วยวิธีอื่นอาจไม่ทันต่อเหตุการณ์  


ผู้ที่มีบทบาทกับการขนส่งสินค้าทางอากาศ

  1. ผู้ส่งสินค้าผู้ส่งสินค้าหรือ Shipper หมายถึง ผู้ที่มีชื่อปรากฏอยู่ในเอกสารกำกับสินค้า หรือ Air Waybill ที่จะทำการ หรือร่วมทำการขนส่งสินค้าภายใต้เงื่อนไขใน Air Waybill
  2. บริษัทการบิน บริษัทการบิน หรือ Carrier หมายถึงบริษัทการบินต่างๆ ซึ่งรวมทั้งบริษัทการบินที่ออกเอกสารกำกับสินค้า Air Waybill ที่จะทำการหรือร่วมทำการขนส่งสินค้า
ภายใต้เงื่อนไขใน Air Waybill 
  3. ผู้รับสินค้า ผู้รับสินค้า หรือ Consignee หมายถึงผู้ที่มีนามระบุอยู่ใน Air Waybill  ซึ่งบริษัทการบินจะต้องส่งมอบสินค้าให้เมื่อถึงเมืองปลายทางตามที่ระบุไว้ 
  4. บริษัทตัวแทน บริษัทตัวแทน หรือ IATA CARGO AGENT หมายถึงบริษัทที่ได้รับรองจากสมาคมการขนส่งทางอากาศและแต่งตั้ง โดยบริษัทการบินให้ดำเนินการรับและออกเอกสาร
กำกับสินค้า Air Waybill  พร้อมทั้งเก็บค่าขนส่งที่เกี่ยวข้องในนามของบริษัทการบิน
  5. ศุลกากร (Customs)

ใบตราส่ง/ใบกำกับสินค้า Airway Bill
เป็นเอกสารกำกับสินค้าโดยมีหลักฐานในการขนส่งสินค้าที่ทำขึ้นในลักษณะของสัญญาการขนส่งสินค้าระหว่างผู้ส่งออกกับผู้ทำการขนส่งโดยมีผู้รับสินค้า เป็นบุคคลที่สาม ที่ทำให้สัญญาการขนส่งสมบูรณ์ สัญญานี้จะครอบคลุมตั้งแต่จุดรับมอบสินค้า ณ สนามบินต้นทางจนถึงจุดส่งมอบสินค้าปลายทางของสินค้าทุกประเภท

การขนส่งสินค้าทางรถบรรทุก (Truck transportation)

การขนส่งทางรถยนต์หรือทางรถบรรทุก ถือว่าเป็นหัวใจของการขนส่งทางบก ทั้งนี้ใน ปัจจุบันรัฐบาลได้มีการสร้างถนน ขยายถนนเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง โดยมีกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางการขนส่ง ซึ่งการขนส่งทางรถยนต์หรือทางรถบรรทุกนั้นสามารถแก้ปัญหาในด้านการจำหน่ายสินค้าของพ่อค้าได้เป็นอันมาก เพราะการขนส่ง
สินค้าสะดวก รวดเร็ว สามารถส่งสินค้าไปถึงผู้ใช้ได้โดยตรง

ข้อดี

  1. บริการได้ถึงที่โดยไม่ต้องมีการขนถ่าย
  2. ขนส่งสินค้าได้ตลอดเวลาตามความต้องการของลูกค้า
  3. สะดวก รวดเร็ว
  4. เหมาะกับการขนส่งระยะสั้นและระยะกลาง
  5. เป็นตัวเชื่อมในการขนส่งแบบอื่นที่ไม่สามารถไปถึงจุดหมายได้โดยตรง

ข้อเสีย

  1. ค่าขนส่งสูงเมื่อเทียบกับการขนส่งทางรถไฟ
  2. มีความปลอดภัยต่ำ เกิดอุบัติเหตุบ่อย
  3. ขนส่งสินค้าได้ปริมาณและขนาดจำกัด
  4. กำหนดเวลาแน่นอนไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและดินฟ้าอากาศ